นี่คงจะเป็นความเชื่อของใครหลาย ๆ คนว่าถ้าล้างหน้าแล้วรู้สึกไม่ “เอี๊ยด” คือไม่สะอาด
แต่จริง ๆ แล้วนั้นการล้างหน้าให้สะอาดและถูกหลักต้องสามารถคงความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ ไม่ดึงไขมันดีออกจากผิวหน้าเราจนรู้สึก “เอี๊ยด” แบบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในยุคเก่า ซึ่งแบ่งออกมาเป็นหลักการทั้งหมด 6 ข้อ ดังนี้
- ในระหว่างวันจะมีการสะสมของเหงื่อ ความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก และมลพิษทางอากาศที่ทำให้เกิด skin aging การทำความสะอาดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
- ปกติแล้วผิวของเราจะมี pH อยู่ที่ประมาณ 5 ดังนั้นการใช้สารทำความสะอาดที่มี pH สูงเกินไปจะทำลาย skin barrier ได้
- ควรใช้คลีนเซอร์ที่มีสารทำความสะอาดกลุ่มอ่อนโยน (mild surfactants) ใช้แล้วไม่รู้สึกแห้งตึง หรือ “เอี๊ยด” ที่ผิว เพราะนั่นแสดงถึงการล้างไขมันดีบนผิวหน้าเราออกไปด้วย
- เน้นส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงให้กับ skin barrier เช่น glycerin ceramides panthenol และอื่น ๆ
ผลิตภัณฑ์ล้างออกไม่จำเป็นต้องมีสารกลุ่ม anti-aging, antioxidant หรือลดเม็ดสี (pigmentation) เนื่องจากไม่สามารถออกฤทธิ์บนผิวอย่างเต็มที่ แต่ในผิวที่มีสิวหรือผิวมันสามารถใช้ Salicylic acid (BHA) เพื่อลดความระคายเคืองที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ในเซรั่มหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ทิ้งไว้บนผิวได้
หากมีการใช้เครื่องสำอางหรือกันแดดกันน้ำ ควรทำ “Double Cleansing” ก่อนการใช้คลีนเซอร์ เพื่อละลายและดึงสิ่งสกปรกที่ละลายในน้ำมันออกมา โดยการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม micellar water, cleansing oil หรือ cleansing balm
โดยในวันนี้เรามีตัวอย่างการเลือกใช้คลีนเซอร์ตามกลุ่มผู้ใช้งาน 2 กลุ่ม ดังต่อไปนี้
1. กลุ่มคนที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางและกันแดดกันน้ำ
• ตอนเช้า : สำหรับคนผิวแห้งที่ตื่นมาแล้วไม่ได้มีน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าเยอะ สามารถล้างด้วยน้ำเปล่าแทนการใช้คลีนเซอร์ได้ แต่ในคนผิวปกติและผิวมัน ควรเลือกใช้คลีนเซอร์ที่มีความอ่อนโยนจากการใช้สารกลุ่ม mild surfactants หลังใช้แล้วต้องรู้สึกไม่แห้งตึง หรือ “เอี๊ยด” ที่ผิว โดยควรมี pH ประมาณ 5 ใกล้เคียงกับผิว เพื่อไม่ไปทำลายเกราะป้องกันของผิว และลดการสูญเสียน้ำในผิว หรือที่เรียกว่า Transepidermal Water Loss (TEWL)
• ตอนเย็น : สำหรับคนผิวแห้งหรือผิวปกติที่ไม่มีการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง หรือใช้กันแดดกลุ่มกันน้ำ สามารถทำความสะอาดเหมือนในตอนเช้าได้ แต่หากในคนผิวมันหรือผิวเป็นสิวที่ไม่สามารถใช้สารกลุ่ม Salicylic acid (BHA) ในผลิตภัณฑ์ที่ทิ้งไว้บนผิวหน้าจำพวกเซรั่มหรือมอยเจอร์ไรซ์เซอร์ สามารถเลือกใช้คลีนเซอร์ที่มีสารกลุ่มนี้แทนได้ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์แบบล้างออก จึงช่วยลดการระคายเคือง
2. กลุ่มคนที่มีการใช้เครื่องสำอางและกันแดดกันน้ำ
• ตอนเช้า : สามารถเลือกใช้เหมือนคนในกลุ่มแรกเนื่องจากไม่ได้มีการแต่งหน้าหรือทากันแดดกันน้ำในตอนนอน
• ตอนเย็น : เนื่องจากมีการแต่งหน้าและใช้กันแดดกันน้ำ จึงควรทำ “Double Cleansing” ด้วยการใช้ micellar water, cleansing oil หรือ cleansing balm เพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ละลายในน้ำมันออกมาให้หมดจด แล้วจึงตามด้วยขั้นตอนการใช้คลีนเซอร์แบบในกลุ่มที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางและกันแดดกันน้ำต่อไป
การทำความสะอาด หรือ “Cleanse” เป็นเพียงขั้นตอนแรกของรูทีนพื้นฐาน (The Core Routine) ที่ทุกคนควรมี ในบทความต่อ ๆ ไป เราจะมาลงลึกในขั้นตอนของการบำรุงผิว (Moisturize) เพื่อเติมความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงให้กับ skin barrier ของเรากันค่ะ
#Kerissey
